[Review] Die Cast Super Bike Model HONDA CBR 1000 RR (2007) 


  คราวนี้มาแปลกไปนิด  เป้นการแตกไลน์ที่สวยงาม     จริงๆโดยส่วนตัวชอบเก็บโมเดลพวกมอเตอร์ไซค์มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว  แต่ยังหารถที่โดนๆไม่ได้อีก  สุดท้ายกโดนจนได้ 2 คัน  สวยงามเลยทีเดียว  ทั้ง 2 คันที่ผมได้มาเป็นงานสำเร็จรูปครับ  ตั้งโชว์ได้แบบไม่อายใครงามจริงๆ  สำหรับเจ้า HONDA CBR นั้นผมได้มา2เดือนก่อนหน้านี้ได้แต่ก็ได้ความขี้เกียจไม่ทำรีวิวสักที  พอได้อีกคันมาก็ไหนๆหละจับรวบอีกเช่นกัน 

History Of CBR 1000 RR (Data Credit :Honda-bigbike.com)

  หลังจากที่ CBR1000RR รหัส SC57 ได้ออกมาอาลวาดบนถนนและในสนามแข่งเป็นเวลานานถึง 4 ปี โดยที่เจ้า CBR 1000RR รหัส SC57 ตัวแรกนั้นได้ออกมาให้คอรถซูปเปอร์ไบค์ได้ยลโฉมกันตั้งแต่ปี 2004 ด้วยรูปโฉมโฉบเฉี่ยวตามสมัยนิยมและมีท่อไอเสียอยู่ใต้เบาะหลังตามไสตล์รถ Moto GP ในเวลานั้น ต่อมาในปี 2006-2007  CBR 1000RR ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนโฉมใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเจ้า CBR 1000RR ที่ออกมาจำหน่ายในช่วงปีนั้นด้วยเทคโนโลยีที่เพิ่มเติมขึ้นมากมาย แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ก็คงปฎิเสธไม่ได้ว่า รูปทรงของรถ CBR 1000RR ตั้งแต่ ปี 2004-2007 นั้น หากมองกันที่ภายนอกแล้วจะมีจุดแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเพียงไม่กี่จุด ซึ่งถ้าหากคุณไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้แล้ว มองเผินๆก็อาจจะคิดว่าเป็นรถปีเดียวกัน


  เมื่อพูดถึงเรื่องของประสิทธิภาพและสมรรถนะในการขับขี่แล้ว CBR 1000RR นั้นได้สร้างชื่อเสียงให้กับสายพันธุ์สปอร์ตตัวด้วยการคว้าแชมป์ในสนามแข่ง ทั่วโลกไว้มากมาย โดยในปี 2007 ที่ผ่านมานี้เอง  James Toseland นักบิดจากแดนผู้ดีอังกฤษ สังกัดทีม HANNspree Ten Kate Honda ก็ได้คว้าแชมป์ World Superbikes ในฤดูกาล 2007 มาครอง และนอกจากนั้นนักบิดจากแดนอาทิตย์อุทัย Ryuichi Kiyonari สีงกัดทีม HM Plant Honda ก็คว้าแชมป์ในรายการ 2007 Bennetts British Superbikes มาครองมาอีกด้วย จึงเป็นการประกาศศักดาของรถ CBR 1000RR ในสังเวียนการแข่งขันทั่วโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ


    กระแสข่าวการมาของ CBR 1000RR โฉมใหม่ได้เริ่มมีขึ้นประมาณช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2007 โดยมีนิตยสารและเวบไซท์ในต่างประเทศได้ลงรูป CG (Computer Graphic) และรูป spy shot มากมาย ทำให้คอรถซุปเปอร์ไบค์ทั่วโลกต่างเฝ้าตารอการมาถึงของรถรุ่นใหม่ จนมาถึงช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2007 CBR 1000RR โฉมใหม่ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวขึ้น เพื่อให้คอรถซูปเปอร์ไบค์ได้ยลโฉมกัน ด้วยรูปทรงใหม่ ที่มีลายเส้นและแนวทางการออกแบบแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ถึงกับทำให้คอรถซูปเปอร์ไบค์ที่เฝ้ารอรถโฉมใหม่นี้ต่างตกตะลึงและกล่าวถึง กับรูปโฉมใหม่ไปตามๆกัน

    CBR 1000RR ตัวใหม่ นี้ เบาขึ้น แรงขึ้นและควบคุมได้ง่ายขึ้น ด้วยขุมพลังใหม่ 4 สูบเรียง 16 วาล์ว 999cc 175 แรงม้าที่ 12,000 รอบ/นาที และแรงบิดที่มาเร็วขึ้นกว่าเดิม 11.6 กิโลกรัม-เมตร ที่ 8,000 รอบ/นาที พร้อมทั้งเทคโนโลยีที่ทำให้เจ้า CBR 1000RR คันนี้น่าสนใจขึ้นดังต่อไปนี้

        * เครื่องยนต์บล๊อคใหม่เบาขึ้นกว่าเดิม 2.5 กก. พร้อมทั้งการออกแบบเครื่องยนต์ใหม่หมดทำให้เรียกแรงม้าและแรงบิดสูงสุดมา เร็วกว่าเดิมในส่วนของแรงม้าถึง 500 รอบ/นาที และในส่วนของแรงบิดที่มาเร็วกว่าเดิมถึง 2000 รอบ/นาที เมื่อเทียบกับ CBR 1000RR Model 2007
        * เฟรมอลูมีเนียมดีไซน์ใหม่ที่ให้น้ำหนักเบาและกระทัดรัดมากยิ่งขึ้น
        * สวิงอาร์มหลังดีไซน์ใหม่รูปทรง Gull-Wing
        * ล้อแบบ 3 ก้านที่ออกแบบใหม่ให้น้ำหนักเบามากขึ้น
        * ครั้งแรกของรถ Superbike ของฮอนด้าที่ติดตั้ง Slipper Clutch จากโรงงาน
        * ท่อไอเสียดีไซน์ใหม่ ถูกวางตำแหน่งไว้ตรงกลางรถใต้เครื่องยนต์
        * New Generation Honda Electronic Steering Damper กันสบัดรุ่นใหม่ที่ น้ำหนักเบาขึ้นและควบคุมได้แม่นยำขึ้น
        * คาลิปเปอร์เบรคแบบ Monoblock
        * ระบบกันสะเทือนหลังที่เป็นเอกลักษณ์ของรถแข่งฮอนด้า Unit-Prolink ที่ปรับปรุงใหม่ด้วย เทคโนโลยีจากรถ Moto GP
        * ระบบจ่ายน้ำมัน Dual Stage Fuel Injection (DSFI) ที่ใช้หัวฉีดสองหัวต่อหนึ่งสูบ
        * เฟรมอลูมีเนียมดีไซน์ใหม่ที่พัฒนามาจากรถ Moto GP
        * หน้าปัด ดีไซน์ใหม่โฉบเฉี่ยวและมาตรวัดบอกสถานะของรถอย่างครบถ้วน
        * ข้างตั้งข้างดีไซน์ใหม่ผลิตจากอลูมีเนียมที่ให้น้ำหนักเบามากยิ่งขึ้น

    CBR 1000RR ตัวใหม่นี้จะโดนใจผู้ใช้มากน้อยขนาดไหนยังไม่มีใครทราบ คงต้องให้เวลา ผลงานและยอดขายเป็นเครื่องพิสูจน์ แต่ด้วยความเป็นรถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตสายพันธุ์แชมป์โลก บวกกับการควบคุมที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นมิตรต่อผู้ขับขี่และระบบกันสบัด อัจฉริยะ CBR 1000RR คันนี้คงจะไม่ทำให้คอรถซุปเปอร์ไบค์ทั่วโลกผิดหวังอย่างแน่นอนในสมรรถนะของ มัน

Specifications CBR1000RR Fireblade

   เครื่องยนต์ : 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ความจุกระบอกสูบ : 999 ซีซี
กระบอกสูบ X ช่วงชัก : 76 x 55.1 มม.
อัตราส่วนกำลังอัด : 12.3 : 1
แรงม้าสูงสุด : 175 แรงม้าที่ 10,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด : 11.6 กิโลกรัม-เมตร ที่ 8,000 รอบต่อนาที
ระบบจ่ายน้ำมัน : ระบบหัวฉีดแบบ PGM-DSFI
ความจุถังน้ำมัน : 18 ลิตร (ถังสำรอง 4 ลิตร)
แบตเตอรี่ : 12V
อัตราชาร์ตไฟ : 400 W
ระบบส่งกำลัง : คลัชแบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกันพร้อม Slipper Clutch
ระบบเกียร์ : 6 จังหวะ
ขนาดโซ่ : 530 O - Ring
ระยะฐานล้อ : 1,407 มม.
มุมแคสเตอร์ : 23.3 องศา
ระยะเทรล : 92.6 มม.
ความสูงเบาะ : 821 มม.
น้ำหนักพร้อมใช้งาน : 199 กก. (หน้า: 105 กก. ; หลัง: 94 กก.)
ระบบกันสะเทือน : ด้านหน้าแบบเทเลโคสปิค ขนาด 43 มม. ระยะยุบ 120 มม.
    ด้านหลังแบบ Unit Pro-Link ปรับระดับได้ ระยะยุบ 137 มม.
    ล้อ : ล้อหน้า อลูมีเนียม 3 ก้าน ขนาด 17M/C x MT3.50
    ล้อหลัง อลูมีเนียม 3 ก้าน ขนาด 17M/C x MT6
    ยาง : หน้า 120/70 ZR17M/C
    หลัง 190/50 ZR17M/C
    ระบบเบรค : หน้า ขนาดจานเบรค 320 มม. พร้อมปั๊มเบรคแบบเรเดียลเม้าท์ขนาด 4 ลูกสูบ
    หลัง ขนาดจานเบรค 220 มม. พร้อมปั๊มเบรคขนาด 1 ลูกสูบ

อัดข้อมูลกันไปเต็มพิกัดแล้วมาเริ่มที่ตัว Model เลยดีกว่าเดี๋ยวจะไหลยาวไปกว่านี้ 


เริ่มด้วยมุมมาตราฐาน 




จากโดยรวม 3 ภาพด้านบนนี้จะเห็นได้ว่าการทำสีของานสำเร็จตัวนี้ทำออกมาได้มาก

ต่อด้วยรายละเอียดในส่วนต่างๆ



ในส่วนตรงนี้ด้านในจะมีสปริงอยู่  รายละเอียดในส่วนออกทำให้ผมประทับใจมาก  ใส่ใจในรายละเอียดพอควร คุ้มค่ากับราคา



ในส่วนก็ยังเก็ยรายละเอียดได้ยอดเยี่ยมจริงๆ






รูปส่งท้าย



สรุปโดยรวม

  สำหรับงานไดแคสต์ CBR 1000 RR คันนี้แล้ว โดยรวมคุณภาพงานนั้นออกมาดี  ความคุมค่าเกินราคาไปเลย  แถมยังใช้เล่นกับพวก SHF , Figma ได้อีก
แต่ใช่ว่าข้อเสียไม่มี  การเก็บงานตรงยางล้อรถยังทำออกมาได้ไม่ดียิ่งถ้ามีโช๊คหน้าจะดูดีขึ้นอีกเยอะ(หวังอะไรมากกับของหลักร้อย  )

--------------------------------------------------------

  มาถึงรีวิวที่ 2 ในคราวนี้
 [REVIEW]  Die Cast Super Bike Model 1/12  Suzuki  GSX-R 1000 (K9)


 
Technical Data (Data Credit : Spsuzuki.com)
ตัว นนี้เป็นโมเดลของปี 2009 เมื่อปีที่แล้วนี่เอง  GSX-R1000 K9 (2009) ถูกสรรสร้างขึ้นมาด้วยความพิถีพิถัน ทั้งเครื่องยนต์ โครงรถระบบอิเล็คโทรนิค
และความลู่ลม สอดรับกับสมรรถนะอันสูงสุด พร้อมกับความเป็นรถที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้น ด้วยเครื่องยนต์ที่ทำงานสะอาดหมดจด  ตัวรถออกแบบมาให้ดูคล่องแคล่วว่องไว และตอบสนองในทุกสภาพการขับขี่  พร้อมรูปโฉมที่กระทัดรัดคล่องตัว   และลายกราฟฟิคที่ดูสว่างบวก  กับการออกแบบตัวรถให้เป็นเหลี่ยมคมดูแปลกใหม่ยิ่งขึ้น

เครื่องยนต์ใหม่
  GSX-R1000 K9 (2009) มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 999 ซีซี ห้องเครื่องยนต์ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้อย่างสะอาดหมดจด  เพิ่มประสิทธิภาพในทุกแรงบิด และทุกอัตราเร่ง  ทั้งช่วยลดมลภาวะที่เกิดขึ้นจากไอเสียที่ปล่อยออกไป ลักษณะของตัวเครื่องออกแบบให้มีลักษณะที่สั้นกว่าเดิม ทำให้ระยะห่างระหว่างฐานล้อสั้นลง  และสวิงอาร์มยาวขึ้น   เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่บนสนาม   นอกจากนั้นกระบอกสูบ   และช่วงชักยังเพิ่มขนาดเป็น  74.5 x 57.3 มม.  (จากเดิม 73.4 x 59.0 มม.)    ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานเบาขึ้น    ทั้งยังช่วยให้รถมีสมรรถนะที่สูงยิ่งขึ้นด้วย
 
  ยิ่งไปกว่านั้น สามารถที่จะเพิ่มสมรรถนะของรถในทุกอัตราเร่งและขยายกำลังบิดด้วยการปรับขนาด ของห้องเผาไหม้ใหม่  เพื่อเพิ่มอัตรากำลังบิดขึ้นเป็น  12.8  : 1  (จากเดิม 12.5  : 1)  พร้อมกับการพัฒนารูปทรงของเพลา(CAM)  ใหม่ ที่ช่วยเพิ่มอัตรากำลังอัดให้สูงขึ้น ในขณะที่ท่อไอเสียทั้ง 2 ท่อออกแบบให้สั้นลงกว่าเดิม 10 มม (จาก148 มม.เป็น138 มม.) ช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนั้นยังออกแบบSRAD Airbox ขึ้นใหม่มีน้ำหนักเบาลง และการปรับปรุงรูปทรงของห้องเผาไหม้ใหม่ ช่วยให้วาล์วไอดี และวาล์วไอเสียมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยวาล์วไอดีเพิ่มขนาดจาก 30 มม. เป็น 31 มม. และวาล์วไอเสียเพิ่มขนาดจาก 24 มม. เป็น 25 มม. เครื่องยนต์จึงทำงานได้อย่างเต็มสมรรถนะ

          ระบบคลัทช์ SCAS (Suzuki Clutch Assist System) ช่วยให้การบีบคลัทช์เบาขึ้น และมีประสิทธิภาพ
    มากขึ้น โดยใช้สายเคเบิลแทนระบบไฮดรูลิค เพิ่มความนุ่มและทำให้รถขับเบาขึ้น

          ระบบ ISC (Idle Speed Control)   ช่วยการสตาร์ท ในขณะเครื่องยนต์เย็นอยู่   ลดการใช้พลังงานขณะ
    สตาร์ท และช่วยให้เครื่องยนต์เกิดเสถียรภาพมากขึ้นขณะสตาร์ทในทุกสภาวะด้วยระบบการควบคุมอัตโนมัติ

          ระบบ SAES (Suzuki Advanced Exhaust System)  พัฒนาท่อไอเสียด้วยปลายท่อไอเสีย  ที่ทำจาก
    ไทเทเนียมออกแบบให้มีลักษณะเอียง , ช่วงกลางของท่อสั้นลงและทำจากสแตนเลส มีระบบ Suzuki Exhaust
    Tuning (SET) ที่ช่วยควบคุมวาล์วรูปผีเสื้อซึ่งสร้างอยู่ตรงกลางท่อไอเสีย  ช่วยให้ทุกอัตราเร่งเพิ่มขึ้นถึงขีดสุด
    พร้อม Catalyzer ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซที่เป็นมลภาวะ

          ระบบ S-DMS (Suzuki Drive Mode Selector)   ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือก  การฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง
    เพื่อการจุดระเบิดได้ถึง 3 ระบบ ทำให้สามารถปรับระดับพลังขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับการขับขี่ได้

          ตัวรถใหม่   สวิงอาร์มที่เป็นโครงสร้างใหม่ทำจาก  อลูมิเนียมอัลลอย  สอดรับรับกับเฟรมรถ และครื่องยนต์ที่
    กระทัดรัดมากยิ่งขึ้น  ในขณะที่โช้คหน้าใหม่เป็นแบบ BPF (Big Piston Front) ช่วยให้การปิดเปิดอากาศที่มี
    ประสิทธิภาพมากขึ้น   ทั้งยังช่วยควบคุมการบีบอัดของเครื่องยนต์   ทำให้ช่วยผู้ขับขี่รู้สึกถึงความเบาในขณะขับขี่     พร้อมกับโช้คหลังทำจาก อลูมิเนียมอัลลอย สามารถปรับระดับได้ตามระดับความเร็วในการขับขี่ได้ด้วย

          ระบบเบรคหน้าใหม่ของ  GSX-R1000  ใช้จานดิสก์ที่เจาะรูจนรอบขนาด 310 มม. เป็นแบบ Fully Floating
    ดิสก์เบรคหลังเป็นแบบสูบเดียววางอยู่บนสวิงอาร์ม  ไฟหน้าเป็นแบบ  Multi - reflector,  ไฟท้ายเป็นแบบ LED,
    ที่วางเท้าปรับได้ 3 ทิศทาง มีขนาด 14 มม.  ช่วยให้ผู้ขับขี่วางเท้าได้ถนัดมากยิ่งขึ้นในขณะขับขี่,   ตัวถังออกแบบ
    ใหม่ให้มีน้ำหนักเบาขึ้นหร้อมความจุน้ำมันเชื้อเพลิงถึง 17.5 ลิตร และเรือนไมล์แบบ LCD  ให้ทุกสภาพการขับขี่
    ของคุณไม่มีอุปสรรคใดๆ มาขัดขวางความแรงของคุณได้

          และนี่ความลงตัวและความสมบูรณ์แบบของเจ้าจิ๊กเซอร์ใหม่ : GSX-R1000 K9 (2009) ที่พร้อมให้คุณได้
    สัมผัส และโลดแล่นกับความสำเร็จทุกเส้นทาง สมกับความเป็นตำนานของเจ้าแห่งสนามแข่งตัวจริงตลอดไป

คราวนี้มาถึงในส่วนของรูปกันครับ

 

เริ่มด้วยมุมมาตราฐานก่อนเลย





ตามด้วยรายละเอียดส่วนต่างๆ



สำหรับ เจ้าคันนี้จุดที่ผมชอบที่สุดคือไฟท้ายที่ดีไซน์ออกมาได้ทันสมัยเอามากเลย   แถมงานโมเดลก็เก็บรายละเอียดส่วนนี้มาได้ดีอีกเช่นเดิม


ท่อไอเสียที่แสนจะดุดัน น่าเกรงขาม มีถึง 2 ข้างด้วยกันเงาวาบวับจริงๆให้สิจอร์ด 
จากในรูปจะสังเกตุได้ว่าด้านในก็ยังมีสปริงค์อยู่อีกเช่นกัน 

ในส่วนของตัวเครื่องยนต์ก็เก็บละเอียดได้ยอดเยี่ยมอีกเช่นกัน



ของจริงมีอะไรโมเดลมีมาให้หมดยกเว้นกุญแจรถ 555666

รูปส่งท้าย 




จริงๆแล้วซูซูกิคันนี้ผมซื้อมาให้ลูกสาวเนื่องในวันคิดมาก.....เอ๊ย คริสต์มาส  (คิดมากจริงๆน่ะหละสอบสถิติเมื่อวานอีกฉานนนน)

  สรุปโดยรวมของคันนี้
ถ้าให้เปรียบเทียบกับ CBR แล้ว Overall ผมว่าคุณภาพงาน  ไม่ว่าจะการทำสี  การเก็บรายละเอียดต่างๆของตัวรถทำออกมาได้ยอดเยี่ยมจริง
แต่ทั้ง2คันที่ผมมีนี้มีข้อเสียที่ยางล้อรถทั้ง 2 คันเลย  คิดว่านี้คงเป็นจุดอ่อนของงานบริษัทนี้  แน่

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมครับ !!!!

ครั้งหน้าจะรีวิวอะไรก็รอติดตามหละกันครับ   

ปล. โมเดลทั้ง 2 คันนี้เป้นของค่าย Automixx ครับ   

Comment

Comment:

Tweet

#3 By (54.244.58.2|110.49.252.121, 54.244.58.2) on 2014-04-24 10:54

ชอบคันขาวเพราะพริตตี้สวย...ซะที่ไหนล่ะ!

#2 By Shih-Hwa J. Tenkaminari on 2010-12-27 10:32

มีพริตตี้ด้วยเหวย

#1 By neze on 2010-12-26 21:47